https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2020/05/%E0%B8%86%E0%B9%88%E0%B8%B22%E0%B8%A8%E0%B8%9E.jpg

ตร.คุมตัวผู้ต้องหาฆ่า 2 ศพทำแผน รับสารภาพแค้นเพราะข่มขืนเมีย เผยหากไม่ถูกจับอาจมีตายเพิ่ม

by

คุมตัวผู้ต้องหาฆ่าเผา 2ศพ ประกอบคำสารภาพ “แค้น”ที่ข่มขืนภรรยาจนเสียสติ

ควบคุมตัวผู้ต้องหาฆ่าเผาสองศพไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่จุดเกิดเหตุรวม4 จุด ใช้เวลาเกือบ3 ชั่วโมง ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ระบุอีกคนยังไม่ตายสะดุ้งขึ้นมาใช้ไม้ตีหัวซ้ำ ส่วนที่บ้านพักผู้ต้องหายังพบจุดซ้อมยิงปืนที่มีรอยกระสุนพรุน ในขณะที่เจ้าตัวเผยยังไม่หายแค้นหากไม่ถูกจับอาจมีคนที่ข่มขืนเมียตนตายอีก

เมื่อเวลา11.00น.วันที่ 27 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีฆ่าเผาสองศพริมบ่อขยะเทศบาลนครหาดใหญ่ หมู่3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ว่า พ.ต.อ.เอนก ศรีคำอ้าย รอง ผบก.ภ.จ.สงขลา พ.ต.อ.อภิชาติ วรรณโก ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ท.ธนวัต เส้งสุย รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.มาชา แก้วทอง รองผกก.ป พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนและฝ่ายปราบปรามทั้งในและนอกเครื่องแบบประมาณ 30 นายควบคุมตัว นายวิรัตน์ แก้วทองพันธ์ หรือแวว อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาออกจากห้องขัง สภ.หาดใหญ่ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพขั้นตอนการก่อเหตุอย่างละเอียด 4 จุด ซึ่งการทำแผนในครั้งนี้เป็นไปในทางลับ เพื่อป้องกันเหตุความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้นระหว่างการทำแผน โดยเฉพาะญาติของผู้เสียชีวิตที่อาจจะโกรธแค้น

เหตุการณ์ฆ่าเผาสองศพเกิดขึ้นเมื่อประมาณเวลา 09.00 น.ของวันที่24 พ.ค. จุดแรกได้นำตัวไปทำแผนที่บ้านพักของ นายวิรัตน์ เลขที่73 หมู่4 ต.ควนลัง ซึ่งเป็นจุดที่ใช้อาวุธปืนยิง นายอนุชา สุภานิตย์ อายุ 27 ปี หรือปูน และนายประเสริฐ ธรรมรักษา อายุ 20 ปี หรือบอย จนเสียชีวิต

จุดที่ลงมือยิงอยู่บริเวณหลังบ้าน ขณะที่ นายอนุชา และนายประเสริฐ นั่งอยู่ที่ม้าหินอ่อนและนายวิรัตน์ ถามเรื่องที่ทั้งสองคนไปข่มขืนเมีย ทำสองคนก็ยอมรับ จึงไปหยิบอาวุธปืนที่ซ่อนไว้ในห้องน้ำหลังบ้าน ออกมากระหน่ำยิงทั้งสองคนพร้อมๆกัน 3 นัด จนกระเด็นตกจากเก้าอี้ม้าหินอ่อนมากองกับพื้นทั้งสองคน

ตรงกับจุดที่พบคราบเลือดในวันที่ตำรวจไปตรวจค้นที่บ้านวันแรก และขณะที่ยิง มี น.ส.โอ๋ ภรรยาของนายวิรัตน์ อยู่ในบ้านด้วย และยังเดินออกมาใช้เท้าเขี่ยร่างของทั้งสองคนเพื่อดูว่าตายแล้วหรือไม่ จากนั้นก็อุ้มร่างทั้งสองคนขึ้นรถกระบะโตโยต้ารีโว่ สีดำสี่ประตู หมายเลขทะเบียน ขว900 สงขลา โดยใช้เบาะลมห่อร่างทั้งสองคนไว้ท้ายรถกระบะ และนำโทรศัพท์มือถือไปเผาทำลายที่หน้าคอกวัวหลังบ้าน และที่บริเวณหลังบ้านยังพบจุดที่นายวิรัตน์ ซ้อมยิงปืนโดยใช้ผนังคอกสัตว์เก่าในการซ้อมยิงมีกระสุนปืนเป็นรูพรุน

รายงานข่าวว่าตำรวจควบคุมตัว นายวิรัตน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดที่สองซึ่งเป็นจุดที่นำศพไปทิ้งและเผาข้างบ่อขยะ หมู่ 3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักประมาณ 5 กม.

รายงานข่าวว่านายวิรัตน์ ได้ถอยรถกระบะเข้าไปในชายป่าและลากร่างทั้งสองคนลงมากองรวมกันและใช้ท่อนไม้สุมร่างและเบาะลมห่อหุ้มร่าง แต่ก่อนที่จะจุดไฟเผาปรากฏว่า นายอนุชา หรือปูน ยังไม่เสียชีวิตและสะดุ้งตัวขึ้นมา1ครั้ง นายวิรัตน์ จึงได้ใช้ท่อนไม้ขนาดใหญ่ตีไปที่ศีรษะซ้ำอีกหลายครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเสียชีวิต และใช้ไฟแช็คจุดไฟเผา และขับรถออกมาแต่กันชนรถได้ชนกับก้อนหินเสียหายด้วย

ส่วนจุดที่3 เป็นจุดที่ขับรถออกมาจากจุดที่เผาขึ้นมาบนถนนอนุสรณ์200ปีและผ่านกล้องวงจรปิดที่หน้าบริษัทแห่งหนึ่งซึ่งที่จับภาพรถกระบะเอาไว้ได้ ซึ่งอยู่ห่างจุดที่เผาศพออกมาประมาณ300 เมตร

ส่วนจุดที่4 เป็นจุดที่ขับรถยนต์กระบะไปถอดฝาครอบกระบะท้ายที่เปื้อนเลือด ถอดกันชนหน้าที่ชนก้อนหินเสียหายแล้วจุดไฟเผา ซึ่งอยู่บริเวณคอกเลี้ยงหมูกลางทุ่งนาของญาติที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ในหมู่ 3 บ้านหูแร่ ต.ทุ่งตำเสา อ.หาดใหญ่ ซึ่งจุดนี้อยู่ห่างจากจุดที่นำศพไปเผาประมาณ10 กม.

รายงานข่าวว่าการทำแผนผ่านไปด้วยความเรียบร้อย โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง โดยไม่มีเหตุความวุ่นวายเกิดขึ้น เนื่องจากชาวบ้านแทบไม่มีใครรู้เรื่องว่ามีการนำตัวไปทำแผนและเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดี ที่สำคัญนายวิรัตน์ ให้ความร่วมมือทุกขั้นตอนอย่างละเอียด

รายงานข่าวว่าทำแผนเสร็จมีโอกาสสอบถามความรู้สึกของนายวิรัตน์ ฯถึงเรื่องที่เกิดขึ้นโดยตอบเพียงสั้นๆว่ายังรู้สึกแค้นผู้ตายและเพื่อนที่ข่มขืนภรรยาของตน และยังบอกไม่ได้ว่าหากยังไม่ถูกจับกุมจะมีใครเสียชีวิตเพิ่มเติมอีกหรือไม่จากกรณีที่ร่วมกันข่มขืนเมียตน

รายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายวิรัตน์ ไปควบคุมตัวที่ สภ.หาดใหญ่ทันทีเพื่อรอฝากขังที่ศาล จ.สงขลา ในวันพรุ่งนี้