https://spcdn.springnews.co.th/wp-content/uploads/2020/05/anu11-1-300x169.jpg

“อนุดิษฐ์” หวั่นพ.ร.ก.กู้เงิน ลามสู่ “พ.ร.ก.ล้มละลาย” เตือนอย่าใช้โควิดเป็นแพะรับบาป

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา พ.ร.ก.กู้เงินจำนวน 3 ฉบับ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม.และเลขาธิการพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า นายกฯบอกว่าพ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านเป็นพ.ร.ก.ที่เรียกชื่อเล่นว่าเป็น “พ.ร.ก.เราไม่ทิ้งกัน” แต่หากถามประชาชนจะเรียกชื่อพ.ร.ก.นี้ว่าเป็น “พ.ร.ก.เราเป็นหนี้ด้วยกัน 2020

น.อ.อนุดิษฐ์ ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยกับการจัดสรรงบประมาณเพื่อประชาชน แต่พรรคขอตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนที่จะมีการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านรัฐบาลมีการข้ามขั้นตอนหลายขั้นตอน โดยไม่ดูเงินที่มีอยู่ในกระเป๋า ไม่ทราบว่ารัฐบาลมีความตั้งใจจะกู้เงิน โดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงหรือไม่

การออก พ.ร.ก.ดังกล่าวทั้งที่ยังไม่มีแผนรายละเอียดโครงการที่ชัดเจน ซ้ำยังเปิดกรอบให้มีการกู้ยาวไปถึงเดือน ก.ค.ปี 2564 แทนที่รัฐบาลจะชะลอโครงการที่ไม่จำเป็นในงบปี 63 เช่นการจัดซื้อเรือดำน้ำแล้วเอาเงินดังกล่าวมาเยียวยาประชาชน

“นายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องชี้แจงเรื่องนี้ให้กระจ่างไม่เช่นนั้นเมื่อจบการอภิปรายประชาชนก็อาจเรียกพ.ร.ก.ฉบับนี้ว่าเป็นพ.ร.ก.ล้มละลายในท้ายที่สุด”

นายกฯ กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้ประเทศไทยในการสร้างหนี้จำนวนมหาศาล โอกาสของประเทศไทยที่เราจะฟื้นฟูเศรษฐกิจก่อนประเทศอื่น โดยเริ่มต้นนับหนึ่งได้ก่อนหลายๆประเทศ ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลว่าจะมองออกหรือไม่

ต่อให้มีเงินแค่ไหนแต่ใช่ไม่เป็นมันก็ไม่สามารถแก้ไขวิกฤตได้ จึงขอเรียกร้องว่า อย่าปล่อยให้การออกพ.ร.ก.ไปเอื้อเจ้าสัวเพียงอย่างเดียว รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่าเงินจำนวนดังกล่าวท่านจะนำไปฟื้นฟูผู้ประกอบการกลุ่มเอสเอ็มอีอย่างไร รัฐบาลมีหน้าที่สร้างความเชื่อมั่นไม่ใช่ฉวยโอกาสทางการเมือง

“ผมและพรรคฝ่ายค้านจะลงมติพ.ร.ก.เราเป็นหนี้ด้วยกันอย่างไรอยู่ที่ความชัดเจนของท่าน”

ทั้งนี้ ยังมีโอกาสที่พวกเราจะให้ความเห็นชอบโดยรัฐบาลจะต้องดำเนินการ 3 ข้อคือ

1. สนับสนุนให้ตัวแทนพี่น้องประชาชนมีโอกาสตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณโดนผ่าน กมธ.วิสามัญ

2. ต้องรายงานให้สภารับทราบและมีการตรวจสอบร่วมกันทุกๆ 2 เดือน

3. มีการออกพ.ร.บ.เพื่อแก้ไขพ.ร.ก.ในส่วนของสาระสำคัญที่มีการใช้งบประมาณที่ไม่เป็นประโยชน์

อย่าใช้โควิดเป็นแพะรัฐบาปแทนการบริหารด้านเศรษฐกิจที่ผิดพลาด

น.อ.อนุดิษฐ์ ยังกล่าวว่า งบประมาณที่รัฐบาลเลือกใช้อาจไม่ได้สัดส่วนกับกรณีที่เกิดขึ้น ทั้งนี้มองว่า รัฐบาลควรเร่งยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อเร่งฟื้นฟูเศษฐกิจให้เร็วที่สุด แต่กลับมีการต่อพ.ร.ก.ฉุกเฉินออกไป1เดือน และที่ตลกร้ายไปกว่านั้นผู้ที่เสนอต่อพ.ร.ก.กลับเป็นเลขาสมช.ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการป้องกัน