โล่งใจได้ชี้แจง “แคนดี้ รากแก่น” พ้อ เจอข่าวกักตุนแอลกอฮอล์ เหมือนตายไปแล้วจากสังคม!

by
https://mpics.mgronline.com/pics/Images/563000005596301.JPEG

“แคนดี้” โล่งใจได้ชี้แจงสังคม กรณีกักตุนแอลกอฮอล์ โอดที่ผ่านมา ตนรู้สึกได้ตายในสังคมไปแล้ว เชื่อต้องมีคนเข้าใจตนบ้าง ส่วนเรื่องงานในวงการ ยังมีหวัง ตอนนี้ซ้อมรอคนจ้างงานแล้ว ลั่นวิกฤตโควิด-19 ทำให้รู้ต้องมีอาชีพอื่นไว้รองรับด้วย นอกจากงานบันเทิง

ตกเป็นข่าวตุนเอทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสินค้าควบคุม จนเป็นเรื่องเป็นราวต้องสู้คดี ซึ่งตอนนี้สาว “แคนดี้ รากแก่น” ก็โล่งใจขึ้นแล้วหลังจากที่ได้ชี้แจงต่อสังคม โดยตอนนี้ได้สำนวนส่งให้ตำรวจเรียบร้อยแล้วเพื่อยื่นให้อัยการต่อไป

“ตอนนี้เป็นเรื่องของการทำสำนวนส่งให้ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็เป็นขั้นตอนของอัยการ เราก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่างเลย เพราะว่ามันเป็นรูปคดี เราก็ส่งหลักฐานทุกอย่างที่เรามี ก็คือ แชตพูดคุยเฉยๆ มันไม่ได้มีการซื้อขาย มีการครอบครองอะไร อยู่ในขั้นที่มันจะเสียเวลาแต่มันก็ไม่กระทบอะไร เราว่ากันตามความจริงอยู่แล้ว”

“ที่ผ่านมา ก็ไปรับทราบข้อกล่าวหามาครั้งนึง จากนั้นก็เป็นหน้าที่ของทนายความ แคนดี้ก็ให้ทนายทำสำนวน ทำหลักฐานต่างๆไปยื่นเพื่อให้เขาทำสำนวนส่งอัยการ”

บอกจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตนรู้จักระวังตัวมากขึ้น จากที่แต่ก่อนเป็นคนง่ายๆ เดี๋ยวนี้ต้องเช็กทุกอย่าง
ระวังสุดๆ เลย จากที่เราคิดว่าคงไม่มีอะไรหรอก กลายเป็นว่าตอนนี้ระวังหน้าระวังหลัง ระวังข้าง ระวังไปหมดเลย จะว่าระแวงไหมก็เกือบๆ แล้ว แต่มันก็ดีนะ จากที่เราเป็นคนง่ายๆ ยังไงก็ได้ เชื่อใจคนทุกคน ตอนนี้ไม่ได้แล้ว โลกเราน่ากลัวมาก จะทำอะไรทีก็ระวังตัวสุดๆ จะขายของ ซื้อของ ใครจะมาฝากขายอะไรตอนนี้ดูหมด ดูไปถึงอย.เลยเพราะเราก็กลัว มันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟมากๆ บางทีเราไม่ได้ขายเองโดยตรง เราเอาของเขามาโพสต์ มันก็เป็นเรื่องเป็นราวได้เหมือยกัน”

รู้สึกโล่งได้ชี้แจงแล้วสบายใจขึ้น แม้ก่อนหน้านี้ จะรู้สึกได้ตายไปจากสังคมแล้วก็ตาม เชื่ออย่างน้อยก็มีคนเข้าใจตนบ้าง
“สบายใจขึ้นเยอะเพราะเราได้พูด ช่วงแรกๆ เราอึดอัด เราไม่เคยเจอคดี เราพูดอะไรได้มากน้อยแค่ไหน เห็นในหนังบอกว่าคุณไม่มีสิทธิ์จะพูดอะไรก็ได้นะ เราเลยรู้สึกว่านี่ฉันพูดอะไรได้แค่ไหน จนกระทั้งรอให้ทนายมาบอกว่าสามารถพูดได้ทั้งหมดเลย แต่กว่าเราจะได้พูด มันก็ใช้เวลา ก่อนหน้านั้นเราได้ตายในสังคมไปแล้ว เราเชื่อว่า อย่างน้อยก็มีคนที่เข้าใจ เอาจริงๆ เวลาที่มีข่าวอะไรออกมาสักอย่าง บางครั้งเราก็เป็นเหมือนเขาแหละ เรารู้สึก เราว่าเขาไปก่อนแล้ว ด่าไปก่อน เราเข้าใจผิดไปก่อนแล้ว ฉะนั้นเข้าใจทุกคนเวลาเห็นข่าวเราคิดไปก่อน คนที่มีโอกาสมาแก้ตัวทีหลังแล้วแต่ว่าสังคมจะเชื่อหรือไม่ ก็ปล่อยไป อย่างน้อยที่สุดคนรอบข้างเราเข้าใจมันก็โอเค ตอนนี้แคนดี้ก็ดำเนินชีวิตไปได้ตามปกติแล้ว”

เผยคิวงานคอนเสิร์ตต่างๆ เลื่อนไปต้นปีหน้าหมดเลย ซึ่งก็ยังไม่รู้อีกว่าถึงเวลาจริงจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไหม
ทางสายบันเทิงนี่คงจะอีกนาน เพราะงานของเราเป็นงานที่ต้องพบปะคนโดยตรง เป็นงานคอนเสิร์ต งานในผับ เราโดนเต็มๆ น่าจะเป็นกลุ่มแรกที่โดนด้วยซ้ำไป อาจจะเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ต้องรอรับผลกระทบอยู่ ก็ค่อนข้างกระทบเยอะมาก ตอนนี้งานคอนเสิร์ตที่คุยกันไว้เลื่อนไปเป็นต้นปีหน้าหมดเลย แล้วต้นปีหน้านี่ก็ยังขอดูสถานการณ์อยู่ก่อนด้วย เราก็เข้าใจแหละว่างานเราต้องเจอคนเยอะ”

ส่วนงานของแม่ “บานเย็น รากแก่น” ตนต้องสแกนให้มาก ตอนนี้รับแต่งานปิด
งานคุณแม่ตอนนี้เราก็พยายามจะดูให้ที่เป็นงานปิด เพราะคุณแม่มีงานเสี่ยงสูงทุกอย่างเลย ทั้งอายุเยอะ เป็นภูมิแพ้ เป็นเบาหวานก็ระวังมากๆ คัดงานที่ปลอดภัยจริงๆ อยู่ในสตูดิโอก็พอได้อยู่”

บอกยังมีความหวังตอนนี้ก็เตรียมตัวซ้อมอยู่เผื่อมีงานเข้ามา
“ใช่ค่ะ เพราะเรายังมีความหวัง เดี๋ยวก็มีข่าวแว่วมาเรื่อยๆ ว่าจะเปิดแล้วนะ มันทำให้เรากระตือรือร้นตัวเองตลอด จากก่อนหน้านี่ฝ่อไปมากๆ แล้ว ตอนนี้กลายเป็นถ้าเกิดเขาเปิดปุ๊บแล้วมีงานเข้ามาเราจะไม่ทันก็เลยซ้อมไว้ก่อน ซ้อมไปอย่างมีความหวัง แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่นะ บอกวันนี้พรุ่งนี้ไปได้เลย”

ลั่นวิกฤตโควิด-19 ทำให้รู้ต้องมีอาชีพอื่นไว้รองรับด้วยนอกจากงานบันเทิง
จากเหตุการณ์นี้ทำให้เราได้ข้อคิดหลายอย่างเลย พูดง่ายๆ ว่าคนบันเทิงโดยเฉพราะคนลูกทุ่ง เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีรายได้ ภาระเรามีทันที มีคนถามเราเยอะนะว่าทำไมช่วงที่หารายได้ได้เยอะๆ ไม่เก็บตังค์ คือ เราพอเริ่มหาเงินได้ก็เป็นหัวหน้าครอบครัวทันที ภาระทุกอย่างตกที่เรา ปกติหา 10 บาท ใช้ 2 บาท แต่พอเป็นดาราหา 10 ใช้ 12 บาท คือต้องดูแลทั้งครอบครัว ก็เลยหมด พอเหตุการณ์แบบนี้มันเลยกลายเป็นว่าเงินเก็บที่เรามีมันพอใช้แค่ 2-3 เดือนสำหรับคนทั้งครอบครัว พอเข้าสู่เดือนที่ 4 คือหนักเลย ก็โชคดีของเราที่เราเป็นแม่ค้าออนไลน์อยู่บ้าง”

“มีน้องๆ หลายคนมาถาม พี่แคนดี้ทำยังไงดี จะตายอยู่แล้ว ก็เลยบอกไปว่าลองเปลี่ยนอาชีพมก็เหมือนที่คุณหมอบอกคือแนะให้คนบันเทิง หรือสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนอาชีพ หาอาชีพใหม่ไปก่อน มันก็ไม่ง่ายนะ เราก็ต้องค่อยๆ ทำ แรกๆ มันก็จะยาก นี่มีคุยกันเป็นกลุ่มๆ เลยนะว่าจะทำยังไงดี เราก็บอกว่าลองไหมล่ะ เอาของนั่นนี่ไปขาย ปรากฏว่า ตอนนี้คนขายเยอะกว่าคนซื้อแล้ว แต่มันก็ต้องสู้กันไป”