https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2018/01/%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97.jpg

ค่าบาทอ่อนเล็กน้อย นักวิเคราะห์ชี้ตลาดเงิน รอผลกระทบฮ่องกงฟื้นชุมนุมอีกครั้ง

by

ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) กล่าวว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 25 พฤษภาคม อยู่ที่ระดับ 31.91 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อนที่ระดับ 31.90 บาทต่อดอลลาร์ กรอบเงินบาทวันนี้ 31.80-32.00 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับสัปดาห์นี้เชื่อว่าตลาดจะซื้อขายอย่างระมัดระวัง เนื่องจากมีประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและจีน การประท้วงที่ฮ่องกง และการเริ่มผ่อนคลายนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคมในหลายประเทศ

อย่างไรก็ดี ตลาดจะเริ่มสัปดาห์ด้วยความผันผวนต่ำ เพราะวันจันทร์เป็นวันหยุดทำการ Memorial Day เมื่อกลับมาเปิดทำการ ตลาดน่าจะมองทิศทางของบอนด์สหรัฐเป็นหลัก ซึ่งในช่วงที่ผ่านมายีลด์ 10ปี เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบ 0.65-0.74% เท่านั้น ซึ่งถ้ายีลด์เคลื่อนไหวไม่ว่าฝั่งขึ้นหรือลง ถึงจะส่งผลให้ราคาทองคำ และเงินดอลลาร์ขยับตัวตาม

ส่วนในวันพุธ ความน่าสนใจก็จะย้ายไปอยู่ในฝั่งของยุโรปโดยประธาน ECB นางคริสตีน ลาการ์ด จะมีการตอบคำถามในทวิตเตอร์ #AskECB ซึ่งตลาดมองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ ECB จะต้องใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมภายในเดือนหน้า

ขณะที่ฝั่งของตลาดเงินเอเชีย ความสนใจจะไปรวมอยู่ที่ทิศทางค่าเงินหยวนในภาวะที่มีความขัดแย้งทางการเมืองทั้งในและระหว่างประเทศมากมาย ซึ่งหนุนให้เงินหยวนอ่อนค่าแตะระดับ 7.14 หยวนต่อดอลลาร์ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน และมองว่าจุดอ่อนหลักของสกุลเงินหยวนและสกุลเงินเอเชียในรอบนี้ อยู่ที่ภาคการค้าระหว่างประเทศที่จะไม่กลับมาเหมือนเดิม ขณะเดียวกันปัญหา การประท้วงในฮ่องกง ก็สามารถสร้างแรงกดดันให้กับตลาดหุ้น จนอาจลดความน่าสนใจของสกุลเงินเอเชียที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ไปด้วย

อย่างไรก็ดีในฝั่งของเงินบาท ต้องจับตาการประกาศดุลบัญชีเดินสะพัด (Current Account) ของไทยในวันศุกร์ เพราะตัวเลขการค้า มีการนำเข้าเชื้อเพลิงที่ลดลงและการส่งออกทองคำเข้ามาหนุน ระยะนี้จึงมีโอกาสที่จะเห็นเงินบาทแข็งค่ามากกว่าสกุลเงินเอเชียอื่น ถ้าดุลบัญชีเดินสะพัดยังเป็นบวกสูง

ขณะเดียวกันแนวโน้มการจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียนก็อยู่ในดับต่ำกว่าทุกปี จึงทำให้เงินบาทไม่อ่อนค่าตามฤดูกาล เหลือเพียงทิศทางการซื้อเงินดอลลาร์เพื่อซื้อกิจการในประเทศจากต่างชาติของนักลงทุนไทยเท่านั้น ที่อาจผลักให้เงินบาทกลับไปอ่อนค่าในระยะสั้นได้