https://www.matichon.co.th/wp-content/uploads/2020/05/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%94-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%94-1.jpg
นายสันทัด เดชเกิด

หมอพื้นบ้านบางสะพานน้อยยึด ”น้ำพุโมเดล” ขอ ปปส.ปลดล๊อก 8 หมู่บ้าน จัดตั้งธรรมนูญชุมชนปลูก- เสพกระท่อม

by

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม นายสันทัด เดชเกิด แกนนำจิตอาสาเครือข่ายภาคประชาสังคม อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะหมอพื้นบ้าน เจ้าของสูตรยาบุญมรกตโอสถที่มีส่วนผสมของน้ำมันกัญชา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. เพื่อขอให้ 8 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.ช้างแรก อ.บางสะพานน้อย เป็นพื้นที่ผ่อนปรนพิเศษเพื่อปลูกและเสพใบกระท่อม รวมทั้งนำมาใช้ในการรักษาโรคตามวิถีชุมชน และแก้ปัญหาเสพติดชนิดอื่นที่แพร่ระบาดในชุมชน หลังจากชาวบ้านจะนำใบกระท่อม มาเคี้ยว หรือ นำมาเป็นส่วนประกอบร่วมกับยาสมุนไพรชนิดอื่นเพื่อรักษาโรค เช่นโรค เบาหวาน นอนไม่หลับ แก้ไอ แก้ปวดเมื่อย

“ แกนนำชาวบ้านมีแนวคิดร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านใช้โครงการใจแลกใจ มีกระบวนการแก้ปัญหาโดยใช้พืชกระท่อม แก้ปัญหายาเสพติดภายในชุมชน ปรากฏว่าได้ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจ แต่ติดขัดปัญหาพืชกระท่อมยังเป็นยาเสพติดให้โทษตามกฎหมาย แต่จากการศึกษาแนวทางพื้นที่ต้นแบบที่ ต.บ้านน้ำพุ อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ที่มีการเสพพืชกระท่อมถูกกฎหมาย โดยใช้หลักธรรมนูญชุมชน ดูแลแก้ไขปัญหาพืชกระท่อมและยาเสพติดชนิดอื่น พบว่าธรรมนูญชุมชนจะสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม เป็นเกราะป้องกันไม่ให้กลุ่มทุนใหญ่ ฉกฉวยโอกาสในการใช้ประโยชน์จากกระท่อม หากมีการปลดล๊อกกฎหมาย สำหรับการประเมินผลในระยะ 1 ปี พบว่าในพื้นที่ ต.บ้านน้ำพุสามารถแก้ปัญหายาเสพติดชนิดอื่นได้เกือบ 100% “ นายสันทัดกล่าว

นายสันทัด กล่าวอีกว่า จากการติดตามการแก้ไขกฎหมายเพื่อปลดล๊อคกัญชาในระยะ 1 ปี ประชาชน ทั่วประเทศยังไม่สามารถเข้าถึง ยารักษาโรคที่มีส่วนผสมจากกัญชาได้ ขณะที่แนวทางกำหนดให้ชุมชนสามารถปลูกกัญชา เพื่อนำมาปรุงยารักษาโรคร่วมกับโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ( รพ.สต.) ในพื้นที่ แต่มีปัญหาผู้ปฏิบัติไม่มีความรู้ความสามารถ เพราะติดขัดจากการการขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน แม้ว่าบุคคลกลุ่มดังกล่าวจะมีความรู้ในการใช้ทั้งกัญชา กระท่อม ร่วมกับพืชสมุนไพรอื่นเพื่อรักษาโรค โดยมีความรู้ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐจริงใจในการแก้ปัญหา เพื่อนำพืชที่มีฤทธิ์เป็นสารเสพติดมาใช้เพื่อผลิตยา สิ่งสำคัญรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการ การแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบันเข้าด้วยกันเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการรักษา ผู้ป่วย